อากาศในฤดูร้อนดีกว่าฤดูหนาวหรือไม่

ช่วงหน้าร้อนท้องฟ้ามักปลอดโปร่งและอากาศบริสุทธิ์กว่าแน่นอนใช่ไหมล่ะ

เหมือนว่าอากาศในช่วงฤดูร้อนจะขับไล่เมฆที่เป็นมลพิษในอากาศที่อาจทำให้ยากต่อการหายใจต่อผู้คนในเมืองใหญ่หลายๆเมืองใหญ่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในความเป็นจริงอากาศในฤดูร้อนจะสะอาดกว่าอากาศในฤดูอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผ่านระดับความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)

ในช่วงฤดูหนาว อากาศเย็นจะรวมมลพิษไว้ใกล้พื้นดิน ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า “การผกผัน” ความร้อนในฤดูร้อนป้องกันการผกผันนี้ ซึ่งช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ แต่สภาพอากาศโดยเฉลี่ยอย่างในอินเดียยังไม่ค่อยเหมาะสมนัก

นี่คือแผนที่ระดับมลพิษทั่วประเทศอินเดียในปัจจุบัน:

pollution levels

ที่มา: https://aqicn.org/map/india/

ในวันทั่วไปเช่นวันที่กำลังเขียนบทความนี้ ค่า AQI ในเมืองเจนไน ไฮเดอราบัด โกลกาตา มุมไบ และนิวเดลี อยู่ในระดับที่ ‘ไม่ปลอดภัย’ และ ‘ไม่ปลอดภัยมาก’ พวกเรา Smart Air มักสงสัยว่ามลพิษในฤดูร้อนดีกว่าฤดูหนาวจริงไหม

เราได้วิเคราะห์ข้อมูลของสถานทูตสหรัฐฯ ในนิวเดลี และข้อมูลสถานกงสุลสหรัฐฯ ในมุมไบ เจนไน ไฮเดอราบัด และกัลกัตตา สรุปแล้วอากาศในฤดูร้อนดีกว่าอากาศในฤดูหนาวจริงหรือ เรานำข้อมูลจากสองปีที่ผ่านมา (มิถุนายน 2014 – มิถุนายน 2016) แบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) ฤดูร้อน (มี.ค.-มิ.ย.) ฤดูมรสุม (ก.ค-ก.ย.) และฤดูหลังมรสุม (ต.ค.-พ.ย.) จากนั้นก็คำนวณระดับมลพิษอนุภาคเฉลี่ย (PM2.5) ในแต่ละฤดูกาล

จากการตรวจสอบระดับ PM 2.5 ทั้ง 5 เมือง พบว่าในฤดูร้อนจะดีขึ้น 26% ซึ่งมีค่า PM 2.5 อยู่ที่ 49 ไมโครกรัม เมื่อเทียบกับฤดูหนาวพบว่ามี 118 ไมโครกรัม นั่นหมายความว่าอากาศในฤดูร้อนดีกว่า

มาดูความแตกต่างของ PM2.5 ระหว่างเมืองทั้ง 5 ในฤดูต่างๆ กัน:

US Embassy Air Quality Data

ข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ – มิถุนายน 2014 ถึงมิถุนายน 2016 ข้อมูลอาจไม่ได้รับการยืนยันหรือตรวจสอบอย่างสมบูรณ์

“ดีขึ้น” คือดีแค่ไหนกัน คำว่าในอินเดีย “ดีขึ้น” ไม่ได้ใกล้กับคำว่า “ปลอดภัย” เลยสักนิด ในช่วงสองปีที่เราวิเคราะห์ระดับมลพิษประจำปีโดยเฉลี่ยในทั้ง 5 เมือง พบว่าระดับไม่เคยลดลงต่ำกว่าขีดจำกัดใน 24 ชั่วโมง ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO เลย (25 ไมโครกรัม/ ลบ.ม.) อันที่จริง ระดับมลพิษโดยเฉลี่ยทั่วทุกเมืองที่เราทดสอบนั้นอยู่ที่ประมาณ 500% ของขีดจำกัดประจำปีของ WHO (10 ไมโครกรัม/ ลบ.ม.) และ 200% ของขีดจำกัดภายใน 24 ชั่วโมง (25 ไมโครกรัม/ ลบ.ม.)

ระดับมลพิษในฤดูร้อนต่ำสุดที่เราพบคือเมืองเจนไน (31 ไมโครกรัม) แต่ถึงแม้จะมีระดับที่ต่ำที่สุดก็ยังเกินขีดจำกัดขององค์การอนามัยโลกอยู่ดี

ด้านล่างนี้คือกราฟในช่วง 2 ปีของแต่ละเมือง จะเห็นได้ว่าแต่ละเมืองมีระดับ PM2.5 ที่แตกต่างกัน 2 ระดับในฤดูหนาว ตามด้วย 2 จุดที่ชัดเจนในฤดูร้อน ที่น่าสนใจคือ การเปรียบเทียบระดับฤดูร้อนและฤดูหนาวของแต่ละเมืองระหว่างปี 2557-2558 ถึงปี 2558-2559 แสดงให้เห็นว่าระดับ PM2.5 ของบางเมืองดีขึ้น ในขณะที่บางแห่งเพิ่มขึ้นระหว่างปี สิ่งที่น่าสังเกตมากที่สุดคือระดับมลพิษในฤดูหนาวของเมืองเจนไนลดลงอย่างเห็นได้ชัดระหว่างปี เช่นเดียวกับในเมืองไฮเดอราบาด ในขณะที่เมืองนิวเดลีและเมืองโกลกาตามีระดับที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เราไม่แน่ใจว่าระดับ PM2.5 ที่ดีขึ้นและแย่ลงนี้เป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อมของเมืองนั้นๆหรือไม่ 

บทสรุปเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อันที่จริงอากาศในฤดูร้อนดีกว่าอากาศในฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าช่วงหลังๆนี้จะมีท้องฟ้าสดใสและอากาศอบอุ่น แต่เราก็ควรป้องกันตัวเองทั้งภายในและภายนอกบ้าน เพราะอากาศ “ดีขึ้น” ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัย” ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาวเพราะระดับ PM 2.5 ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสุขภาพของ WHO และอากาศในฤดูร้อนยังคงเป็นปัญหาสำคัญต่อสุขภาพของประชาชน

Chennai US Department of State

ข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ – มิถุนายน 2014 ถึงมิถุนายน 2016 ข้อมูลอาจไม่ได้รับการยืนยันหรือตรวจสอบอย่างสมบูรณ์

US Embassy Air Quality

ข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ – มิถุนายน 2014 ถึงมิถุนายน 2016 ข้อมูลอาจไม่ได้รับการยืนยันหรือตรวจสอบอย่างสมบูรณ์

US Embassy Air Quality Data

ข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ – มิถุนายน 2014 ถึงมิถุนายน 2016 ข้อมูลอาจไม่ได้รับการยืนยันหรือตรวจสอบอย่างสมบูรณ์

US Embassy Air Quality Data

ข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ – มิถุนายน 2014 ถึงมิถุนายน 2016 ข้อมูลอาจไม่ได้รับการยืนยันหรือตรวจสอบอย่างสมบูรณ์

US Embassy Air quality data

ข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ – มิถุนายน 2014 ถึงมิถุนายน 2016 ข้อมูลอาจไม่ได้รับการยืนยันหรือตรวจสอบอย่างสมบูรณ์

เกี่ยวกับ Smart Air 

Smart Air เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ได้รับการยอมรับมาตรฐาน B Corp ที่คำนึงถึงมิติทางสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับตำนานที่บริษัทใหญ่ๆที่หวังเพิ่มราคาอากาศบริสุทธิ์

อุตสาหกรรมเครื่องฟอกอากาศนั้นเต็มไปด้วยความต้องการที่จะทำให้อากาศบริสุทธิ์ซับซ้อนและมีราคาแพงเกินความจำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น อากาศบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่ไม่ซับซ้อนเลย เพราะสิ่งเดียวที่ต้องการคือพัดลมและแผ่นกรองอากาศ

บริษัทใหญ่ๆไม่สามารถได้กำไรจากความเรียบง่าย ดังนั้นพวกเขาจึงเพิ่มลูกเล่นที่ไม่จำเป็นลงไปในเครื่องจักรของเขา

Smart Air ผลิตเครื่องฟอกอากาศแบบเรียบง่ายที่มีการแจกจ่ายข้อมูลอย่างเปิดเผยรองรับการทำงานของเครื่องฟอกอากาศและประสิทธิภาพการทำงานของมันโดยการตัดลูกเล่นทางการตลาดที่แปลกใหม่ออกไป เช่น เครื่องสร้างประจุไอออนและหลอด UV ที่อาจทำให้อากาศของคุณแย่ลง เราสามารถทำให้มีอากาศสะอาดมากขึ้นโดยที่ค่าใช้จ่ายนั้นมีราคาเพียงเศษเสี้ยวของค่าใช้จ่ายที่ “พวกบริษัทใหญ่” จะเรียกเก็บเงินจากคุณ

ติดตามและเพิ่มเราเป็นเพื่อนบนโซเชียลมีเดียเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


Get Your Free Guide to Breathing Safe

Join the thousand keeping up on the latest research & knowledge on how to breathe safe. Sign up now and receive a free guide to breathing safe!

Leave a Comment

Smart Air เป็นธุรกิจเพื่อสังคม ที่จัดสรรอากาศสะอาดให้คุณอย่างเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุด และให้ความรู้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่ดีและป้องกันผลกระทบจากมลพิษอากาศ และเรายังได้รับการรับรองว่าเป็นธุรกิจ B-Corp ในเรื่องของการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศอีกด้วย